ชายผู้จ้องมองแดด 5 โมงเย็น

แสงเย็นเป็นหนึ่งในแสงที่ช่างภาพปราถนา
และสำหรับเมืองไทย ยิ่งเป็นแสงเย็นในฤดูหนาว ผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยอุณหภูมิแสงและองศาการสาดฉายตกกระทบที่ทำมุมเฉียงๆ จนก่อให้เกิดแสงเงาอันแปลกตาแล้วล่ะก็
ความคันไม้คันมือ อยากจะออกไปเดินเล่นเก็บภาพกดชัตเตอร์จะยิ่งกำเริบเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ช่วงนี้ ความทรมานจากแสงเย็นในฤดูหนาวทำร้ายผมอย่างหนักหน่วง ต่อเนื่อง แถมมาทุกวัน ตามเวลานัด
แม้ว่าข้อดีของการทำงานบนตึกสูงที่มีผนังเป็นกระจก คือ การได้ชื่นชมกับทิวทัศน์มุมสูงของกรุงเทพฯ
แต่ข้อเสียของมันคือ เวลาเห็นแสงสวยๆ เมฆงามๆ อยู่ตรงหน้า แล้วเราทำได้แต่มอง
กลืนน้ำลายเอื๊อกกับบรรยากาศตรงหน้าที่อยากจะพุ่งตัวทะลุกรอบกระจกมัวๆ ออกไปถ่ายรูปยืนอยู่ริมตึก
สำหรับผมแล้ว มันโคตรจะทรมานเลย

แสงเย็นในฤดูหนาวมักจะมาเคาะกระจกทักทายในช่วงห้าโมงเย็น
บางทีก็หนักข้อสาดแสงทะลุม่านบังตา พาดผ่านโต๊ะทำงานลากยาวไปทั่วทุกที่
ผมก็ได้แต่มองด้วยสายตาปริบๆ ออกไปนอกหน้าต่าง บอกเขาว่า​ “กรูยังไม่เลิกงาน”
ก่อนจะหวนกลับมานั่งมองแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานต่อให้เสร็จ

ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวการ์ตูนในขายหัวเราะที่กินข้าวเปล่าพลางนั่งจ้องปลาเค็ม
ถึงอยากจะออกไปถ่ายภาพมากแค่ไหน แต่ที่ทำได้ภายใต้กรอบจำกัดของตัวเอง คือหยิบกล้องมาถ่ายในมุมที่พอจะเป็นไปได้จากในออฟฟิศ
ปนๆ ไปกับความรู้สึกอิจฉาคนที่ได้ออกไปเก็บภาพลำแสงสีท้องตัดกับท้องฟ้าสีเข้มพวกนั้น
ได้แต่อิจฉา ได้แต่มอง ได้แต่หวังว่าสักวันจะมีโอกาส

แต่หากสมมุติว่าวันนั้นมาถึง อยู่ดีๆ ออฟฟิศก็เลิกงานครึ่งวัน โอกาสอันล้ำค่าอยู่ตรงหน้า
เอาจริงๆ แล้ว ผมเองก็ไม่รู้ว่าถ้าได้ออกไปถ่ายภาพจริงๆ มันจะสวยอย่างที่คิด อย่างที่เห็นอยู่ทุกวันรึเปล่า บางที ถ้าเราได้ออกไปดูมันจริงๆ มันอาจจะไม่ได้สวย หรือ น่าเก็บภาพขนาดนั้นก็ได้

หนังสือหลายเล่ม บทความหลายหน้า คำคมหลายก้อน บอกให้เราออกจากกรอบที่ขังเราไว้ เพื่อไปทำตามฝัน
แต่เพราะ “กรอบ” บนตึกสูงชั้น 19 นี่แหล่ะ คือสิ่งที่ทำให้ผมได้พบเจอกับความงามจากแสงในฤดูหนาวนี้
ถึงใจนึงอยากจะออกไปเดินถ่ายรูปตอนห้าโมงเย็น
แต่ถ้าไม่ได้มาเจอกับกรอบนี้ ผมเองอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นวิวทิวทัศน์แบบนี้ก็เป็นได้

การได้เชยชมแสงตอนห้าโมงเย็นแบบนี้ทุกๆ วัน อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ก็เป็นได้

One thought on “ชายผู้จ้องมองแดด 5 โมงเย็น

  1. เข้าใจความรู้สึกนี้ เราเคยเป็นโปรดิวเซอร์ที่ได้แต่นั่งมองรุ่นพี่เขียนบทตาปริบๆเหมือนกัน คืออยากเขียนมากแต่งานโปรดิวซ์โคตรล้นอะ เสียจัย T^T แล้วตอนนั้นเราแม่งมองผ่านกระจกกั้นห้องเหมือนเทอเลย 555555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s